วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง 

มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี


     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมมูลค่ากว่า 6.9 แสนบาท พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี


     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี (จังหวัดที่ 3 ของทางภาคใต้) จำนวน 28 ครัวเรือน มูลค่าทั้งสิ้น 690,450 บาท (หกแสนเก้าหมื่นสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ โดยมี  นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสงัด พืชพันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี คณะมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานีเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี  พร้อมด้วย อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนพดล ทรงแสง (จิ้ม ชวนชื่น) นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น)และ นายเกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ (ภูมิ) ร่วมในพิธี ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568


     โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดยกลุ่มเป้าหมายแรก ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลางแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัด ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และในขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

     ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งลงพื้นที่ให้กำลังใจ พร้อมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งลงพื้นที่ให้กำลังใจ พร้อมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค

ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย

ในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายธฤต โอภาสวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย และแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมัน น้ำปลา และขนม ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี  รวมจำนวน 500 ชุด ๆ ละ 450 บาท รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 225,000 บาท (สองแสนสองหมื่นห้าพันบาทถ้วน)  โดยมี นายชาติชาตรี ธรรมโหร ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางตาเถร ร่วมในพิธี พร้อมด้วย ดร.ปภัสรา เตชะไพบูลย์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568


     เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และโรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะประสานหน่วยงานในพื้นที่พิจารณาดำเนินการฟื้นฟูหลังน้ำลดเป็นต่อไป

     นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแล้วทั้งสิ้น 16 จังหวัด รวมงบประมาณการช่วยเหลือไม่ต่ำกว่า 24.6 ล้านบาท


     ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้านต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

"สารวัตรแรมโบ้” รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ”

"สารวัตรแรมโบ้” รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ” จากอดีตนายกฯ ชวน

ลั่นจะทำงานรับใช้สังคม เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

     พ.ต.อ. สุรเดช เจษฎาเดช หรือที่ใครๆ รู้จักกันในนาม “สารวัตรแรมโบ้”  ประธานประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติดแห่งประเทศไทย ได้เข้ารับมอบรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” รางวัลอันทรงเกียรติสาขาผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ หนึ่งในโครงการ “นวราช เชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ สร้างสรรค์พัฒนาสังคมดีเด่น ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568” ซึ่งจัดโดยมูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ จากนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี คนที่ 20 และอดีตประธานรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568



      พ.ต.อ. สุรเดช เจษฎาเดช หรือ “สารวัตรแรมโบ้”  ประธานประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติดแห่งประเทศไทย เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานะตำรวจมือปราบน้ำดี มือขาวใสสะอาด เน้น "คุณธรรมความถูกต้อง ยุติธรรม" เป็นหลักการ เป็นอดีตตำรวจกองปราบขาลุุยผู้โด่งดังในอดีต กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ที่ไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ พร้อมชน ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
      "สารวัตรแรมโบ้" มักลุยบุกจับกุมผู้ต้องหาสำคัญในคดีต่างๆ มากมายแบบไม่สนหน้าหน้าอินทร์หน้าพรหม  บางครั้งก็บุกเดี่ยวหรือมีลูกน้องคู่ใจเพียงไม่กี่คนเท่านั้น จนได้รับฉายาว่า “สารวัตรแรมโบ้” เขาคือสายเลือดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง



      ปัจจุบันดำเนินชีวิตตามรอยพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เป็นประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติดแห่งประเทศไทย และทำงานรับใช้สังคม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป
       "สารวัตรแรมโบ้" กล่าวหลังได้รับรางวัลว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” สาขา เกียรติคุณผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ และขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลนี้ทุกคน นับว่าเป็นกำลังใจอย่างยิ่งสำหรับคนที่ทำความดี ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ
      ตนตั้งปฎิธานไว้ว่า "ตนจะทำความดี มีคุณธรรม รับใช้สังคม สร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างเต็มกำลัง สุดความสามารถ เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ของสังคมต่อไป










     

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ชวนเที่ยวงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” 28–30 พ.ย. 2568 ที่ เมืองทองธานี

ชวนเที่ยวงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง”

28–30 พ.ย. 2568 ที่ เมืองทองธานี

ลอง ชิม ช้อป ชม ค้นหา กับ 55 จุดหมายเมืองรอง

     กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จัดงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” โดย นายชัย อรุณสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้ นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ รองประธานตลาดในประเทศ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานโครงการจัดงาน

     นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ รองประธานตลาดในประเทศ สทท. ประธานโครงการฯ กล่าวว่า งาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” เป็นการเปิด 55 เมืองรองทั่วไทยที่น่าสัมผัส น่าค้นหาจากภาคเหนือจรดภาคใต้ พร้อมนำเสนอเสน่ห์ท้องถิ่นแบบที่ต้อง “ลอง ชิม ช้อป ชม ค้นหา” มาครบจบในที่เดียว 

- ภาคเหนือ : เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่, ลำปาง, ลำพูน, ตาก, อุตรดิตถ์, แม่ฮ่องสอน, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, นครสวรรค์, พิจิตร, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และอุทัยธานี

- ภาคกลาง : จังหวัดชัยนาท, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี, ราชบุรี และอ่างทอง

- ภาคอีสาน : จังหวัดกาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุบลราชธานี และเลย

- ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี, ตราด, ปราจีนบุรี, นครนายก และสระแก้ว

- ภาคใต้ : จังหวัดชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, ระนอง, สตูล และยะลา

      มาวางแผนเที่ยว–ช้อป–รับสิทธิ์ลดหย่อยภาษีกันได้เลย ในงาน "เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง" วันที่ 28–30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ  เมืองทองธานี ฮอลล์ 11–12

#เทศกาลเมืองต้องรอง #HiddenGemsThailand 


วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568

วีระ-สารวัตรแรมโบ้ ลุย จ.สระแก้ว ฟาดรัฐ 40 ปี นิ่งเฉย ไม่ทำอะไร

วีระ-สารวัตรแรมโบ้ ลุย จ.สระแก้ว

ฟาดรัฐ 40 ปี นิ่งเฉย ไม่ทำอะไร

ชาวบ้านต้องจัดการทวง บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จากเขมรคืน

     บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว เป็นของไทย เดิมใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวให้หนีภัยเขมรแดง มีคนไทยในพื้นที่ต้องเสียพื้นที่นาให้เขมรเหล่านี้เข้ามายึดครองเป็นของตนเองและพวกพ้องที่อพยพกันเข้ามาเกือบ 40 ปีมาแล้ว มันนานจนเขมรเขาขี้โกง อ้างว่าอยู่มานานแล้วทำที่อยู่อาศัยแบบถาวร จะมาอ้างว่าครอบครองปรปักษ์ก็คงไม้ได้ เพราะเขาคือคนต่างชาติไม่ใช่คนไทย ไทยไม่ได้ให้สิทธิ์ต่างชาติเข้ามาครอบครอง ไทยอดทนอดกลั้นมานานหลายปี ช่วยเหลือแท้ๆ เขมรยังรุกล้ำ แล้วมันถึงเวลานานแล้วที่จะเอาพื้นแผ่นดินของไทยกลับคืนมา

     วีระ ผนึกกำลัง "สารวัตรแรมโบ้" พ.ต.อ. สุรเดช เจษฎาเดช บุก   บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ทวงคืนผืนแผ่นดินไทยที่เขมรยึดครองมานานเกือบ 40 ปี พร้อมให้กำลังใจทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ ยืนหยัดจะร่วมกับชาวบ้านทวงคืนผืนแผ่นดินไทยคืนมาให้จงได้


     วีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายต้านคอรัปชั่น กล่าวว่า แผ่นดินไทย ไม่ยอมยกให้เขมรเด็ดขาด  ที่นี่มันแผ่นดินไทย เขมรมันอยู่แผ่นดินไทยมา 40 กว่าปีแล้ว เขมรมันบุกรุก เจ้าของบ้านจะทวงคืนมันผิดตรงไหน รัฐบาลไทย กองทัพไทย จัดการไม่ได้ ก็ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องจัดการ  อย่ามาใช้คำพูดว่า ม๊อบจะไปบุกไปชนเขา มันไม่ใช่ม๊อบชนม๊อบ อย่าไปพูดอย่างนั้น  เราต้องจัดการอย่างเด็ดขาด เพื่อทวงผืนแผ่นดินไทยของเรา

     พ.ต.อ. สุรเดช เจษฎาเดช หรือ "สารวัตรแรมโบ้" กล่าวว่า วันนี้เรามวลชนคนไทย ลุยเลย! จัดการเลย พวกนี้มันดื้อด้าน มันเป็นลูกหลานพระยาละแวก ในอดีตพระยาละแวก (กษัตริย์เขมร) ถูกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พระองค์ดำ) จับตัวและตัดพระเศียรเอาเลือดสดมาล้างพระบาทพระองค์ท่าน โทษฐานทรยศ เนรคุณต่อพระองค์ท่านและแผ่นดินสยามประเทศ แอบลักลอบยกกองทัพเขมรเข้าตีกรุงศรีอยุธยาถึง 2 ครั้ง ในยามที่กรุงศรีอยุธยามีศึกสงครามติดพันกับกรุงหงสาวดีของพม่า 

หากเที่ยวหน้าถ้ามีรบกันอีกครั้ง ทหารกองทัพไทยเราสูญเสียทหารกล้า 1 นาย เขมรจะต้องสูญเสียกว่า 1,000 ศพ ผมมั่นใจว่าทางกองทัพไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดน่าจะลุยเลย ผมมั่นใจเลย มันต้องออก ไม่ออกไม่ได้ ผมเชื่อในฝีมือและขีดความสามารถของกองทัพไทยอันเกรียงไกรไม่แพ้ชาติในโลก โดยเฉพาะในเรื่องของความรักชาติรักแผ่นดิน มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว และความสามารถเฉพาะตัวสูงมาก ถ้าทำจริงทุกอย่างจบ ของพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ยากกว่านี้ ใช้เวลาแค่ 4-5 วัน ยังยึดได้เกือบหมดเลย ถ้ารัฐบาลไม่ตกลงหยุดยิง ผมมั่นใจว่าแก่บุกไปถึงพนมเปญ ถ้าให้เวลา ผมฝากถึงทางผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและทางกองทัพ ข้าราชการทหาร ตำรวจ ทั้งรัฐบาล ว่า เราต้องเอาอย่างจริงจัง ให้เขมรรู้ศักยภาพของเรา

      ครั้งหนึ่งคุณวีระ สมความคิด เคยมาช่วยชาวบ้านหนองจาน ชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว พร้อมชาวบ้านและคณะ เข้าไปตรวจดุูในเขตพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้า ถูกทหารเขมรพร้อมอาวุธหลายคนเข้าจับกุมในเขตอธิปไตยของแผ่นดินไทย ในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2557 ไม่มีผู้ใดในรัฐบาลยื่นมือเข้าช่วย คุณวีระและคณะถูกดำเนินคดีขังคุกนานถึง 3 ปี 8 เดือน ในขณะจองจำมีพวกกลุ่มคนเขมรในเรือนจำจ้องทำร้ายและฆ่าปิดปากหลายครั้ง จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด




วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2568

สุโขทัย ชวนเที่ยวงาน “เปิดโลกไทดำ นำสู่วัฒนธรรม ท่าฉนวน @สุโขทัย” สัมผัสงานยิ่งใหญ่ของชาวไทดำ

สุโขทัย ชวนเที่ยวงาน “เปิดโลกไทดำ นำสู่วัฒนธรรม ท่าฉนวน @สุโขทัย” 

สัมผัสงานยิ่งใหญ่ของชาวไทดำ

 วันที่ 27 – 28 ก.ย. 68 นี้

      สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมของชาวสุโขทัยในงาน “เปิดโลกไทดำ นำสู่วัฒนธรรม ท่าฉนวน @สุโขทัย” 27 – 28 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ศึกษาไทดำบ้านนำเรื่อง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย พบนิทรรศการวิถี “ไทดำ” บูธสินค้าท้องถิ่น ร่วมชมสาธิตและร่วมชิมอาหารพื้นบ้านสุดประทับใจ และโชว์ดนตรีพื้นบ้านสุดพิเศษจาก “อาร์ ระเบียบศิลป์” และวง “เดอะโซ่ง” แล้วคุณจะตกหลุมรักสุโขทัยในมุมที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน

     จังหวัดสุโขทัย ร่วมกับ อำเภอกงไกรลาศ และ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน เตรียมจัดงาน “เปิดโลกไทดำ นำสู่วัฒนธรรม ท่าฉนวน @สุโขทัย” ระหว่างวันที่ 27 - 28 กันยายน 2568  ที่ศูนย์ศึกษาไทดำบ้านนำเรื่อง ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย 

       การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวไทดำที่สืบทอดกันมายาวนานให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง งานครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมและสัมผัสวิถีชีวิตชาวไทดำที่แท้จริง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการชมนิทรรศการ การชมการแสดงรำและศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น การลิ้มรสอาหารดั้งเดิม และการร่วมทำกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม เช่น การแต่งชุดไทดำ การทอผ้า และการละเล่นพื้นบ้าน 

       “เปิดโลกไทดำ นำสู่วัฒนธรรม ท่าฉนวน @สุโขทัย” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ศึกษาไทดำบ้านนำเรื่อง ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยภายในงานจะมีการเปิดบูธสินค้าท้องถิ่นของชาวท่าฉนวน, การเปิดสาธิตและเปิดให้ชิมอาหารพื้นบ้าน, กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ “กินข้าววง” ระหว่างชาวบ้านและนักท่องเที่ยว, การแสดงรำวงจากชุมชนไทดำ, การแสดงดนตรีคอนเสิร์ตจากศิลปิน “อาร์ วงระเบียบศิลป์” และ “วงเดอะโซ่ง”   

      สำหรับงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย จังหวัดสุโขทัย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, องค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน, อำเภอกงไกรลาศ, ประธานกลุ่มไทดำแต่ละจังหวัด, ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลท่าฉนวนและ บริษัท ไอ-แคนนาบิซ จำกัด

      โดยงานครั้งนี้เป็นมากกว่าการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม หากแต่เป็นการจัดงานที่จะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเปิดประตูให้ผู้มาเยือนก้าวเข้าสู่โลกของชาวไทดำอย่างแท้จริง ทั้งในมิติการเรียนรู้ การท่องเที่ยว และการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เติบโตไปพร้อมกับความเข้มแข็งของชุมชน โครงการครั้งนี้จะช่วยต่อยอดให้ตำบลท่าฉนวนและอำเภอกงไกรลาศกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้วัฒนธรรมไทดำของจังหวัดสุโขทัย และสร้างชื่อเสียงให้เป็นหนึ่งในจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่โดดเด่นของประเทศไทยต่อไป




วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้

เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นแห่งที่ 2 ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และ ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ จัดพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จำนวน 2,500 ชุด สิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ พร้อมมอบค่าพาหนะคนละ 200 บาท ซึ่งในปีนี้จัดค่าพาหนะเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ สอดรับกับค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย แพทย์จีนสมชาย จิรพินิจวงศ์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว, คณะพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา, เครือสหพัฒน์, บริษัท แปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา จำกัด, บริษัท เบสท์แฟคตอรี่ เอาท์เล็ท จำกัด, สนามกอล์ฟบีเอสซี พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ร่วมในพิธี ณ บริเวณคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568

     และในวันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 มูลนิธิฯ มีกำหนดการแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ยากไร้ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 แก่ประชาชนทั้งสิ้น 3 จังหวัด คิดเป็นมูลค่า 15.5 ล้านบาท

     ประเพณีทิ้งกระจาด  เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 80 ปี เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ในช่วงประเพณีแต่ละปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะมีผู้มีจิตศรัทธานำเครื่องเซ่นไหว้ อาทิ ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบสักการะหลวงปู่ และองค์ไต่สือเอี้ย เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศล และสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิฯ จะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่มูลนิธิฯ จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ โดยมูลนิธิฯ ได้มีการพัฒนาแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้ ให้เข้ากับการใช้งานในแต่ละยุคแต่ละสมัย

     ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่  อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญมหากุศลนี้มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ ในงาน "ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568"

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ 

ในงาน "ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568"

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ ในงาน "ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568" ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมทำทานให้ผู้ยากไร้ ระหว่างวันนี้ - 19 กันยายน พ.ศ. 2568  

โดยสามารถร่วมทำบุญได้ตามช่องทางดังนี้ :-

🔸สักการะหลวงปู่ไต้ฮงและทำบุญบริจาคข้าวสาร ได้ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ 

📍วันที่ 23 สิงหาคม - 17 กันยายน 2568 เวลา 07.00 - 19.00 น.

📍วันที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 07.00 - 16.00 น.

🔸 ทำบุญบริจาคข้าวสารผ่านเว็บไซต์ทิ้งกระจาดออนไลน์ :  https://pttfny.net/newsh 

🔸โอนผ่าน บ/ช ออมทรัพย์ชื่อ บ/ช มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต๊กเซี่ยงตึ้ง หรือมูลนิธิปอเต็กตึ้ง

- ธ.กสิกรไทย เสือป่า เลขที่ 027-2-07939-0

- ธ.กรุงเทพ พลับพลาไชย เลขที่ 001-0-00370-5

- ธ.กรุงไทย ราชวงศ์ บี เลขที่ 004-1-00811-1

- ธ.ไทยพาณิชย์ เฉลิมนคร เลขที่ 037-2-56513-4

- ธ.กรุงศรีอยุธยา สามแยก เลขที่ 046–1-00810-9

- ธนาคารทหารไทยธนชาต เลขที่ 091-2-28500-4

     กำหนดแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ :-

🔹วันที่ 26 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 - 12.00 น. ที่สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว # จังหวัดสมุทรสาคร

🔹วันที่ 12 กันยายน 2568 เวลา 10.00 - 12.00 น. ที่คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา # จังหวัดชลบุรี

🔹วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 06.00 - 12.00 น. ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย #กรุงเทพฯ

# ทิ้งกระจาดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง # สักการะหลวงปู่ไต้ฮง  

# ทำบุญให้ผู้ล่วงลับทำทานให้ผู้ยากไร้


 

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568

"บขส." เปิดตัวรถโดยสารใหม่ มาตรฐานยุโรป Euro 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานต้อนรับ โทนสีชมพูสดใส

"บขส." เปิดตัวรถโดยสารใหม่ มาตรฐานยุโรป Euro 5

พร้อมโชว์ชุดพนักงานต้อนรับ โทนสีชมพูสดใส 

ยกระดับขนส่งสาธารณะ สะดวก สบาย ปลอดภัย 

ระบุรถโดยสารใหม่จะทยอยวิ่งให้บริการประชาชนภายในเดือนกันยายนนี้

     นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เป็นประธานงานเปิดตัวรถโดยสารใหม่ "Change For The Better : เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า" โดยมี นายอรรถวิท รักจำรูญ  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) คณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมการขนส่งทางบก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท รถไฟฟ้า ร ฟ.ท. จำกัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดย นายสหรัฐ โพธิโต รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพ สมาคมท่องเที่ยวต่างๆ  อาทิ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) โดย ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์, คุณอนัญญา แก้วชินพร อุปนายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย คุณจิรภัทร แก้วชินพร ประชาสัมพันธ์ สมาคมฯ คุณพรปวีณ์ วิชิตนาค และคุณพิมลวรรณ ครองสิงห์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ ตัวแทนนายวัสน์พล อรรถพรธนเสฐ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย, คุณศศิวัณย์ ศรีพรหม สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1, สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม โดยนายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักข่าวฯ, สื่อมวลขน และอินฟลูเอนเซอร์ เข้าร่วมจำนวนมาก ณ บริเวณชานชาลา 2 ด้านทิศใต้ อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568


     นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. เปิดเผยว่า บขส. ได้เปิดตัวภาพลักษณ์ในรูปแบบของรถโดยสาร ชุดพนักงานต้อนรับ พนักงานขับรถหญิง ซึ่งมาในโทนสีชมพู ซึ่งบ่งบอกถึงความอบอุ่น สดใส อ่อนโยน และเป็นมิตร ตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารยุคใหม่ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับด้านการบริการของการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ ที่มีความทันสมัย สะดวกสบาย และปลอดภัย

     รถโดยสารใหม่ที่นำมาให้บริการมีขนาดความยาว 12 เมตร 3 มาตรฐาน ได้แก่ 1.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP (ม.1ก) จำนวน 24 ที่นั่ง 2.รถโดยสารปรับอากาศ ชั้น 1 พิเศษ (ม.1พ) จำนวน 32 ที่นั่ง และ 3.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (ม.1ข) จำนวน 36 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์มาตรฐาน Euro 5 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลพิษทางอากาศ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง มีระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ ระบบ GPS กล้อง CCTV และภายในรถจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเช่น ห้องน้ำ ช่องเก็บสัมภาระ ช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จไฟ และบริการ WIFI ฟรี โดยจะนำมาให้บริการประชาชนในทุกเส้นทางทั่วประเทศ เพื่อใช้ทดแทนรถโดยสารเช่าที่หมดสัญญาและรถโดยสาร บขส. ที่ปลดระวาง ปัจจุบัน บขส. มีรถโดยสารให้บริการทั้งหมด 254 คัน



      สำหรับการดำเนินการเช่ารถโดยสารใหม่ จำนวน 311 คัน ระยะเวลาเช่า 5 ปี วงเงินรวม 3,018,126,600 บาท โดยมี บริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นคู่สัญญา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ เมื่อแล้วเสร็จจะทยอยส่งมอบรถโดยสารแบ่งเป็น 4 งวด งวดแรกจะรับรถโดยสาร จำนวน 96 คัน และนำมาให้บริการประชาชนภายในเดือนกันยายน 2568 งวดที่ 2 ส่งมอบรถโดยสาร จำนวน 96 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2568 งวดที่ 3 ส่งมอบรถโดยสาร จำนวน 78 คัน ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 และงวดที่ 4 ส่งมอบรถโดยสารจำนวน 41 คัน ภายในเดือนธันวาคม 2568


     นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในรอบปีที่ผ่านมา ประชาชนและผู้ใช้บริการ บขส. ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาระบบขนขนส่งสาธารณะในทิศทางที่ดีขึ้น ตั้งแต่มีการพัฒนาสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ปรับปรุงห้องน้ำ ลิฟท์โดยสาร ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร บริหารพื้นที่ชานชาลา โดยให้รถโดยสารออกตรงเวลา จัดการเดินรถเชื่อมต่อระบบบราง ขสมก. และเพิ่มจุดบริการรถแท็กซี่ให้บริการประชาชน


     ซึ่ง บขส. ต้องมีการปรับตัว รองรับการเดินรถระบบฟิดเดอร์ เชื่อมต่อการเดินทางทุกโหมด ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ อย่างไร้รอยต่อ สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศของกระทรวงคมนาคม และให้เกิดประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนสูงสุดต่อไป รวมทั้งจะช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุด สะดวก สบาย และปลอดภัย ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม

       สามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง หรือจองตั๋วของ บขส. ได้ที่เว็บไซต์ บขส. https///tcl9 9 webtransport.co.th, 

Application E - ticket, Facebook Page : บขส (www.facebook.com/BorKorSor99), 

Line : บขส.99 (id : @TCL99) 

และช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร บขส.ทั่วประเทศ 


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง  มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี...