วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568

“จตุพร” รมว.กระทรวงพาณิชย์ มอบ 21 รางวัล Thai Hom Mali Rice Award 2024

“จตุพร” รมว.กระทรวงพาณิชย์ มอบ 21 รางวัล Thai Hom Mali Rice Award 2024 

เชิดชู เกษตรกร-สถาบันเกษตรกร มุ่งมั่นในการรักษาและพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิไทย จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล


     DIT กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ประจำปี 2567 (ครั้งที่ 42) ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี เมื่อวันพุธที่ 3 กันยายน 2568 เพื่อยกย่องและเชิดชูเกษตรกรและสถาบันเกษตรที่มีความมุ่งมั่นในการรักษาและพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยให้คงความมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว และมีความอร่อยจน เป็นที่ยอมรับ ในระดับสากลตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง พร้อมเชื่อมโยงการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนและเปิดช่องทางจำหน่ายอย่างยั่งยืนให้กับชาวนาไทย

     นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ข้าว เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ สร้างการเติบโตทั้งในเชิงคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศตลอดมา กระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสินค้าข้าวไทยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายสำคัญเร่งด่วน ตามแนวทาง “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย” เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์เป็น “พาณิชย์พึ่งได้” โดยการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในภาคการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของประเทศ  นอกจากนี้  ยังมีการยกระดับข้าวไทย เพิ่มมูลค่า สร้างแบรนด์ข้าวไทยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในตลาดสากล เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริม รักษา และขยายโอกาสทางการตลาดให้กับข้าวไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน


   การประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทยประจำปี 2567 มีเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรจาก 22 จังหวัด ส่งตัวอย่างเข้าร่วมประกวดรวม 755 ตัวอย่าง ผ่านการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิจนได้ผู้ได้รับรางวัลรวม 21 รางวัล แบ่งเป็น ประเภทสถาบันเกษตรกร 3 ราย และประเภทเกษตรกรรายบุคคล 18 ราย โดยประเภทสถาบันเกษตรกร รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาสตรี จ.กาฬสินธุ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า จ.อุดรธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนข้าวหอมมะลิงาม 105 จ.ร้อยเอ็ดสำหรับประเภทเกษตรกรรายบุคคล รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายสมจิต แก้วนาเหนือ จ.ร้อยเอ็ด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายกัณหา พาพิมพ์ จ.หนองคาย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางทองพูล โคกลือชา จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งผู้ได้รับรางวัลทุกประเภทได้รับโล่เกียรติยศ เกียรติบัตร และเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 625,000 บาท

     ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ของผู้ชนะการประกวดข้าวหอมมะลิฯ การทำ MOU เชื่อมโยงการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบการค้าข้าวกับผู้ชนะการประกวด มีผลิตภัณฑ์ข้าวของผู้ชนะการประกวดฯ หลากหลายแบรนด์ ที่นำมาให้ชิมและจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ (ข้าวภูลังกา) และข้าวตราเรือไฟ จาก จ.นครพนม ข้าวตราช้างชุมพล จ.สุรินทร์ ข้าวนาคุณตาณรงค์ จ.อุบลราชธานี ข้าวจากกลุ่มข้าวปลอดสารพิษ ต.แม่อ้อ จ.เชียงราย และผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากข้าวหอมมะลิ เช่น ผลิตภัณฑ์ข้าวจากธัญพืช “พองพองไรซ์” ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม “ข้าวแท่ง (Rice Bar)” ไอศกรีมข้าวหอมมะลิจากเกษตรกร จ.ฉะเชิงเทรา และเครื่องดื่ม MR.SATO ที่รังสรรค์จากข้าวไทย และความใส่ใจแบบคราฟต์ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพื้นที่สาธิตการตรวจสอบคุณภาพข้าวทางวิชาการโดยสำนักงานคณะกรรมการตรวจข้าว สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย


      นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวชื่นชมผู้ได้รับรางวัลที่ช่วยรักษาและยกระดับคุณภาพข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งต้องอาศัยความมานะอดทนและมุ่งมั่นพัฒนา ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงและปัญหาอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ความเข้มแข็งของเกษตรกรไทยนี้แสดงถึงขีดความสามารถในการปรับตัวที่จะทำให้ภาคการเกษตรไทยก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน



“ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย อันทรงเกียรติทั้ง 21 ท่าน ทุกท่านคือแบบอย่างของเกษตรกรไทย ที่มีส่วนสำคัญในการเป็นแรงบันดาลใจให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ส่งต่อพลังแห่งการพัฒนาที่ขับเคลื่อนข้าวหอมมะลิไทยสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ” 


วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขยายการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา มอบเงินปลอบขวัญพร้อมกระเช้าสุขภาพแก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขยายการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา 

มอบเงินปลอบขวัญพร้อมกระเช้าสุขภาพแก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บ 

ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่เข้าพบพลตรี ชยพณัฐ วิริรัตน์ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองทัพไทย เพื่อเข้ามอบเงินปลอบขวัญให้แก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัว ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า นายละ 10,000 บาท รวมจำนวน 6 นาย พร้อมกระเช้าสุขภาพ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 69,000 บาท (หกหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา

     โดยเมื่อวันที่ 1-3 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และศาลากลางจังหวัด และศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อส่งต่อธารน้ำใจผู้มีจิตศรัทธา มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมมูลค่า 1.5 ล้านบาท

     รวมงบประมาณการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาแล้วทั้งสิ้น 1,569,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนหกหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครทุกท่าน ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

      ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด




วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ห้องอาหารจีนหยกแนะนำเมนู “หอยเชลล์ผัดซอสหอมมังกร”

ห้องอาหารจีนหยกแนะนำเมนู 

“หอยเชลล์ผัดซอสหอมมังกร”

      ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญชวนชิมเมนูแนะนำช่วงฤดูฝนตลอดเดือนมิถุนายนนี้ด้วย “หอยเชลล์ผัดซอสหอมมังกร” (หอยเชลล์เนื้อเด้งผัดกับถั่วลันเตาสด) เริ่มจากกระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบทุกอย่างที่สดใหม่ มีคุณภาพ ผ่านกรรมวิธีการปรุงด้วยความใส่ใจทุกขั้นตอน ทำให้เมนูนี้มีรสชาติอร่อย กลมกล่อมได้รับความนิยม สูตรเด็ดโดยเชฟลำพูน ประพฤติธรรม พ่อครัวใหญ่จัดบริการทั้งมื้อกลางวันและเย็น เพียงที่ละ 950 บาทถ้วน พร้อมเมนูตามสั่งอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกอิ่มอร่อย


       โปรโมชั่นพิเศษ!! ลด 15% เฉพาะเมนูตามสั่ง ทั้งมื้อกลางวันและเย็น ตลอดเดือนมิถุนายนนี้เท่านั้น

ห้องอาหารจีนหยก เปิดบริการทุกวัน ระหว่างเวลา 11.30 – 14.30 และ 18.00 – 22.00 น. สำรองโต๊ะล่วงหน้าที่โทร.0-2276-4567 ต่อ 8429 หรือไลน์ @theemeraldhotel และเพจห้องอาหารจีนหยก www.facebook.com/yoktheemerald 


วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสาธารณภัย-หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ลุยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยธรรมชาติภาคเหนือ อีสาน และกลาง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสาธารณภัย-หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 

ลุยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยธรรมชาติภาคเหนือ อีสาน และกลาง 

แจกจ่ายน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท


     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์  และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย แผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่มอบน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน น้ำปลา และปลากระป๋อง บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ ให้แก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวม 600 ชุด พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ โดยมี นางสาวชลธิชา วงษ์อุตสาห์ นายอำเภอเลาขวัญ พร้อมด้วยคณะอาสาสมัครเฉพาะกิจมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี และคณะมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ บริเวณวัดศรีพนมเทียน (ห้วยรวก) ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2568


      โดยระหว่างวันที่ 19 พฤษภาคม - 8 มิถุนายน พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยประชาชนหลังประเทศเกิดภัยธรรมชาติในหลากหลายพื้นที่ จึงมอบหมายให้ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย คุณศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย แผนกบรรเทาสาธารณภัย และแผนกอาสาสมัคร จัดทีมพื้นที่มอบน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคอีสาน และ ภาคกลาง ประกอบด้วย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ราชบุรี และกาญจนบุรี รวม 29 จังหวัด 20,200 ชุด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 11,110,000 บาท (สิบเอ็ดล้านหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งสมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ออกหน่วยมให้บริการประชาชนฟรีในหลากหลายพื้นที่ ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ โดยมีประชาชนให้ความสนใจและเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก


     ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาการดำเนินงานอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป ติดต่อสอบถาม ตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2568

"หลวงปู่ศิลา" และ "หลวงปู่เวิน" ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล "พญาครุฑ รุ่น มหาปารมี ศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" วาระที่ ๒ "สราลี" และ "วุฒิศักดิ์" ร่วมพิธีด้วย

 "หลวงปู่ศิลา" และ "หลวงปู่เวิน" ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล

"พญาครุฑ รุ่น มหาปารมี ศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" วาระที่ ๒

"สราลี"  และ "วุฒิศักดิ์" ร่วมพิธีด้วย


       ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และ นายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ร่วมพิธีอธิฐานจิต วัตถุมงคล "เหรียญพญาครุฑ รุ่น มหาปารมีศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" วาระ ๒ ณ ธรรมอุทยาน หลวงปู่ศิลา สิริจันโท เมื่อวันศุกร์ ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘



      โดยภายในพิธี ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และนายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ร่วมกันจุดธูป เทียน เครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย พร้อมถวายแป้งเจิมเทียนฉนวนแด่ พระราชวัชธรรมโสภณ (ศิลา สิริจนฺโท) และ พระครูโสภณวินัยวัฒน์ (หลวงปู่เวิน คุเณสโก) จากนั้นพระสงฆ์ร่วมสวดคาถาจุดเทียนชัย และสวดสาธยายพระคาถาพุทธาภิเษก โดยมี พระราชวัชธรรมโสภณ (ศิลา สิริจนฺโท) และ พระครูโสภณวินัยวัฒน์ (หลวงปู่เวิน คุเณสโก) ร่วมอธิฐานจิตวัตถุมงคล พระภาวนาจารย์ดับเทียนชัย โปรยข้าวตอกดอกไม้ ขณะพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา จากนั้น ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และนายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ร่วมถวายสังฑทาน จตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระสงฆ์



      โอกาสแห่งความมงคลครั้งยิ่งใหญ่ จึงขอเชิญทุกท่านร่วมบูชาเหรียญพญาครุฑ รุ่น "มหาปารมีศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" ที่จัดสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน และได้รับกรุณาจากพระเดชพระคุณ พระราชวัชรธรรมโสภณ หรือ "หลวงปู่ศิลา สิริจันโท" มาเขียนอักขระยันต์หัวใจครุฑ ที่ด้านหลังเหรียญ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้รำลึกและเชิดชูบูชาในปฏิปทานและคุณความดีของบูรพาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เสริมสิริมงคลและอำนาจบารมี ด้วยพลังแห่งองค์พญาครุฑ หนุนนำโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ด้วยอานุภาพแห่งรุ่น "รวย ล้าน ล้าน" และร่วมสร้างกุศลครั้งใหญ่ เพราะรายได้จากการบูชาเหรียญส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนในหลายโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและสังคม ได้แก่ พัฒนางานด้านศาสนกิจและเผยแผ่พระธรรมคำสอน ส่งเสริมการศึกษาแก่ภิกษุ สามเณร ผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา สนับสนุนมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสังคม รวมทั้งร่วมสมทบทุนสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดทองทั่ว



      สำหรับท่านที่มีจิตศรัทธา เคารพและบูชาในองค์พญาครุฑ สามารถติดตามรายละเอียดการเช่าบูชา เหรียญพญาครุฑ มหาปารมีศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน ได้ที่เพจของมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน fb : มูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน และมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน เลขที่ 8 ซอยรามอินทรา 28 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10230



      อย่ารอช้า! ร่วมบูชาเหรียญพญาครุฑอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญก้าวหน้าในชีวิต พร้อมทั้งได้ร่วมสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ไปพร้อมกัน





วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568

"RUN" ชู 3 เสาหลัก นวัตกรรม-ศิลปวัฒนธรรม-ความยั่งยืน นำ 8 ผลงานวิจัยเด่นจาก 8 มหาวิทยาลัยเครือข่ายฯ ร่วมโชว์

"RUN" ชู 3 เสาหลัก นวัตกรรม-ศิลปวัฒนธรรม-ความยั่งยืน 

นำ 8 ผลงานวิจัยเด่นจาก 8 มหาวิทยาลัยเครือข่ายฯ ร่วมโชว์

ในงานแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568”

         เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) นำโดยรองศาสตราจารย์ ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานการจัดงาน TRE ภายใต้กลุ่มเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย ได้นำงานวิจัยบางส่วนจาก 8 มหาวิทยาลัย เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย มาร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายในงานแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025) ครั้งที่ 20” ณ ห้อง Lotus Suite 1 – 4 ชั้น  22  โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2568

     รองศาสตราจารย์ ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานการจัดงาน TRE ภายใต้กลุ่มเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย เปิดเผยว่า งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นเวทีระดับชาติที่นำเสนอความก้าวหน้าผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เพื่อเชื่อมโยงบูรณาการองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 แล้ว 

       โดยในทุกๆ ปี เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) ได้นำผลงานวิจัยของ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จุฬามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมแสดงนิทรรศการมาโดยตลอด ซึ่งพันธกิจหลักของ RUN คือ มุ่งเน้นการประสานความร่วมมือและสร้างความเข้มแข็งในการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพ และสร้างขีดความสามารถทางการศึกษาวิจัย และพัฒนาของประเทศ และยกระดับสู่ภูมิภาคอาเซียน 

        รวมทั้งประสานความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย บัณฑิตศึกษา นักศึกษาและบุคลากรทางการวิจัยในการร่วมกันดำเนินงานทางด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยน และใช้ทรัพยากร ตลอดจนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในระหว่างพันธมิตรการวิจัย รวมถึงสร้าง และขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยกับมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชนหรือเครือข่ายอื่นๆ และถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่สังคม ภาคผลิตและภาคบริการ

        การใช้ประโยชน์งานวิจัยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) ได้มีบทบาทร่วมกันในการส่งเสริมให้มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์งานวิจัย ก่อให้เกิดผลกระทบในหลายมิติ ทั้งทางด้านวิชาการ เศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม 

        ในปีนี้เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) จึงได้จัดกิจกรรมนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม การเสวนาที่บูธนิทรรศการภายใต้ Theme “เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่ออนาคตประเทศไทย” (Creative Economy for Thailand Tomorrow) และการจัดบรรยายพิเศษ ภายใต้ หัวข้อ “RUN for Soft Power: Impactful creative economy, high value added by research and innovation” เพื่อผลักดัน Soft Power ผ่านงานวิจัยที่มีศักยภาพ 

พร้อมทั้งยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยสู่ระดับสากล โดยมีอาจารย์/นักวิจัยได้ร่วมนำผลงานวิจัยที่สร้างผลกระทบทั้งทางด้านวิชาการ เศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จัดแสดงภายในงานนิทรรศการรวม 24 ผลงาน   โดยแบ่งประเภทการนำเสนอผลงาน 3 ประเภท ได้แก่ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี: แสดงถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศ , ศิลปวัฒนธรรม: ส่งเสริม Soft Power ด้วยงานวิจัยที่สะท้อนอัตลักษณ์และความงามทางวัฒนธรรมของไทย, การพัฒนาอย่างยั่งยืน: นำเสนอนวัตกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างอนาคตที่มั่นคง

       ทั้งนี้ได้นำผลงานวิจัยเด่น 8 ผลงาน จาก 8 มหาวิทยาลัยเครือข่ายฯ มาร่วมจัดแสดงภายในงานแถลงข่าวครั้งนี้ด้วยได้แก่ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี 1.นวัตกรรมการสกัดสารจากสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2.แพ็กแบตเตอรี่สมรรถนะสูงสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น 3.ปฏิวัติความหวาน: ยกระดับผลไม้ไทยสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4.การพัฒนาระบบเฝ้าระวังระบบเฝ้าระวังโรคที่เป็นผลกระทบทางสุขภาพจากหมอกควัน และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศระดับอำเภอและจังหวัดเชียงใหม่ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 5.ผลของสารสกัดไฟโตแคนนาบินอยด์จากกัญชงในส่วนผสมของน้ำมันไตรกลีเซอไรด์สายกลางที่มีความเข้มข้นกรดลอริคสูงในลูกสุกรน้ำหนักแรกเกิดน้อย จากมหาวิทยาลัยนเรศวร

       ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน 1.การพัฒนาการท่องเที่ยวสัตว์ป่าเพื่อส่งเสริมการจัดการพื้นที่กันชนมรดกโลกห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2.การวิเคราะห์คุณลักษณะ การเกิด อิทธิพลของแหล่งกำเนิด และมาตรการควบคุมที่เหมาะสม เพื่อการจัดการ Secondary particulate ในฝุ่น PM 2.5 เชิงบูรณาการ จากมหาวิทยาลัยมหิดล 3.การพัฒนาต้นแบบการผลิตสาหร่ายขนนกเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

       นอกจากนี้ในวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป จะมีจัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “RUN for Soft Power: Impactful creative economy, high value added by research and innovation” มีการบรรยายพิเศษ 2 หัวข้อย่อย ได้แก่ การบรรยายพิเศษ เรื่อง Premiumization Soft Power Thai ผ่านงานวิจัย โดย คุณนิติพันธุ์ ดารกานนท์ ประธานบริษัท Sonite Innovative Surfaces และ รองศาสตราจารย์ ดร.ชาคร ประพรหม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผู้ดำเนินรายการ รองศาสตราจารย์ ดร ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล การบรรยายพิเศษ เรื่อง Premiumization Muay Thai by Research and Innovation

       โดย ศาสตราจารย์ ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ (สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ตัวแทนจากบริษัททีวีบูรพา และ ค่ายมวยบัญชาเมฆ ผู้ดำเนินรายการ สพ.ญ. ดร. นิธิรา อนัคกุลและ เสวนา Global Festival ทำให้เจ๋ง ทำให้ปังได้ ต้องมีงานวิจัยขับเคลื่อน? โดย คุณ กราสิก สมิตะสิริ (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) รองศาสตราจารย์ ดร. ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ (สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และ รองศาสตราจารย์ ดร. จารุวรรณ แดงบุบผา (มหาวิทยาลัยนเรศวร) ผู้ดำเนินรายการ รองศาสตราจารย์ ดร ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล

        ทั้งนี้ขอเชิญชวนอาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมชมการแสดงนิทรรศการผลงานวิจัย ฟังเสนาที่บูธนิทรรศการ ร่วมกิจกรรมรับของรางวัล และฟังการบรรยายพิเศษ ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN)  ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025) ครั้งที่ 20” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 20 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ  


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง  มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี...